Cyberbully

Cyberbully

Cyberbully อินเตอร์เน็ตนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปแล้ว และปัจจุบันนี้นั้นตัวตนของเราในอินเตอร์เน็ตมีความชัดเจนมากกว่าตัวตนของเราเองจริงๆเสียอีก โดยเฉพาะวัเด็กนั้นเป็นชวงวัยที่น่าคิดเพราะในปัจจุบันเด็กๆนั้นเมื่ออายุเข้าปีก็จะเริ่มมีการเล่นโซเชียลต่างๆแล้วไม่ว่าจะเป็นเฟสบุ๊ค อินสตาแกรม เป็นต้น

และมีข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาตินั้นได้บอกว่าในช่วงปี2560นั้น เด็กไทย 6-14 ปีมีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตมากกว่าร้อยละ63% วัยรุนช่วงอายุ 15-25 ปีมีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตร้อยละ 89%  โดยเฉลี่ยนแล้วทั้งช่วงเด็กและช่วงวัยรุ่นนั้นมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือส่วนตัวร้อยละ 90% และในหนึ่งวันนั้นก็จะมีการเล่นโซเชียลมีเดียไม่ต่ำกว่าวันละ5ชั่วโมง

โลกมีการเปลี่ยนไปมากแล้ว ในความเป็นส่วนตัวของเรานั้นค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ยากที่จะเก็บรักษาไว้ ในปี 2010นั้น มีข่าวที่ทำให้โลกของเรานั้นเกิดการตื่นตัวในประเด็น Cyberbully แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อเด็กอเมริกันอย่าง เทเลอร์ คลีเมนทีนั้นเด็กในวัย18ปีได้ฆ่าตัวตายเนื่องจากโดนรูมเมทของเขานั้นถ่ายคลิปและรูปขณะที่เขานั้นมีเซ็กส์กับผู้ชายและเพื่อนต้องการที่จะประจารให้โลกรู้ว่าเขานั้นเป็นเกย์ และปัจจุบันเราอาจจะพบว่าคนเราส่วนใหญ่นั้นก็จะมีการทำพฤติกรรมในลักษณะนี้ด้วยเราอาจจะไม่รู้แน่ชัดได้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นต้องการอะไรจ่กเราอย่างแท้จริง

และก็พบว่าอัตราการBullyของเด็กไทยนั้นในช่วงอายุ 12-16ปี มีการโดยโซเชียลบูลลี่มากถึงร้อยลั 37%เลยทีเดียวและมีการยิมรับจากคนที่Bullyด้วยมากถึงร้อยละ34% และมีเด็กร้อยลั39%ก็ได้ยอมรับว่ามีการแชร์หรือไลด์ข้อความหรือคอนเทรนด์ที่เกี่ยวกับการบูลลี่ด้วย

การบูลลี่นั้นบางครั้งก็เป็นสิ่งที่เราลืมตัวและลืมคิดว่าสิ่งเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่สร้างความเดดร้อนให้กับคนอื่นนั่นเอง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข้อความหรือคอมเม้นในแนเตอร์เพียงเท่านั้น และการลืมตัวนั้นให้การไซเบอร์บูลลี่เป็นสิ่งที่แย่และแย่ยิ่งขึ้น

บริษัทที่มีการผลิตโปรแกรมอย่าง Kaspersky Lab ได้ตระหนักถึงและเห็นว่าการไซเบอร์บูลลี่และในโลกออนไลน์หลักๆนั้นจะมีอยู่ประมาณ10รูปแบบจำแนกไว้เพื่อให้เราสามารถสำรวจตัวเองได้

เริ่มจากสิ่งแรกคือการถูกโดดเดียวโดยการทำเกิดการเกลียดชังในรูปแบบกลุ่ม

2.การคุกคามเน้นการส่ข้อมูลเพื่อคุกคามละตามรังควานนั่นเอง

3.การแฉ ทั้งการอัพโลดรูป คลิปเพื่อให้เหยื่อนั้นได้รับความอับอาย

4.การแอบส่องว่าเหยื่อนั้นไปทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่กับใครผ่านโซเชียลต่างๆนั่นเอง

5.การใช้ล็อคอินของเหยื่อเพื่อโพสต์โซเชียลของเหยื่อในทางที่ไม่ดีและเกิดความเสียหายได้

6.การสร้าง Account ปลอมเพื่อเอามาสำหรับแกล้งหรือใส่ร้ายเหยื่อนั่นเอง

7. การโพสต์เพื่อบั่นทอนในศักดิ์ศรี

8.การตีสนิทโดยอาศัยความเชื่อใจเพื่อเอาความลับของเหยื่อนั้นไปโพสต์

9.การป่วนการยั่วโมโหโดยหวังว่าเหยื่อจะมีการตอบโต้

10.การสร้างตัวตนปลอมโดยหลอกเหยื่อว่าตัวเองนั้นมีตัวตนจริงๆ  ถึงแม้จะมีการรณรงค์ในเรื่องไซเบอร์บูลลี่แต่ก็พบว่าการกระทำเหล่านี้นั้นก็ยังไม่ได้หายขาดไปจากสังคมไทย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   บาคาร่า บิกินี่ ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ