ไอที-แรกเริ่มกับ Sony SWR50 SmartWatch 

เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกให้คนเรา และยังทำให้เราดูดีมากขึ้น ปัจจุบันมีทั้ง สมาร์ทโฟนและสมาร์ทคาร์ สมาร์ทเฮ้าส์,สมาร์ททีวี และสมาร์ทรีฟริเจอเรเตอร์ (ตู้เย็นอัจฉริยะ) แต่กว่าจะมาถึงปัจจุบันได้ มันได้ผ่านความคิดที่ซับซ้อนหรือการเก็บความต้องการ 

ปัญหาในการใช้งานอุปกรณ์ซึ่งบางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากทำให้มันดีมันก็จะยิ่งสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทำให้เกิดนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ๆ ขึ้นบนโลกใบนี้

ศัพท์ที่เราพยายามเน้นกันในปัจจุบันก็คือ คำว่า สมาร์ท

และเมื่อมาใช้กับนาฬิกา ที่เรียกว่า สมาร์ทวอช ก็จะสามารถบรรยายถึงรูปทรงและคุณลักษณะของมันได้ดังนี้คือ มันมีรูปร่างกะทัดรัด,สวมใส่ได้สะดวกสบาย ต่อไปมันจะเป็นตัวเชื่อมต่อเทคโนโลยีหลายอย่างๆ เข้าสู่อุปกรณ์ คล้ายๆ กับที่ google ผลิตแว่นตา  google glasses ออกมาแล้ว 

นาฬิกาสมาร์ทวอช สมัยใหม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นมากกว่าริสแบนด์โดยทั่วไป ที่มันล้าสมัยไปแล้ว สายของนาฬิกาข้อมือที่ออกแบบด้วยความบางทำให้มันมีความเก๋ก็ในตัว

ในความเป็นจริงแล้วสมาร์ทวอช มันเป็นอีกขั้นของนาฬิกาข้อมือ มันไม่ใช่ ริสแบนด์(หรือสายรัดข้อมือโดยทั่วไป ) มันเริ่มฮิตจากหนังเรื่อง star trek ที่แสดงโดยเจมส์ บอนด์ เป็นนาฬิการัดข้อมืออัจฉริยะ ที่ช่วยเหลือในด้านต่างๆ แต่ในโลกความเป็นจริงๆนา นาฬิกาที่มีฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลายทำให้คนสวมใส่ก้าวเดินบนถนนอย่างมั่นใจ

จริงๆแล้วแนวความคิดนี้มีตั้งแต่ปี 1920 แล้ว เรื่องนักประดิษฐ์ต้องการทดลองให้นาฬิกามีข้อมูลด้านสารสนเทศ มีทั้งแผนที่,บรรทุกช่วยจำ (ก็ต้องมีปุ่มเหมือนแป้นคีย์บอร์กเพิ่มเข้ามา) รวมทั้งเป็นเครื่องคิดเลข และที่ล้ำไปกว่านั้นคือใช้เป็นเหมือนโทรศัพท์ได้ 

เมื่อเวลาผ่านไป ความต้องการของมนุษย์ที่จะทำนาฬิกาแบบมัลติฟังก์ชั่นก็สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และเกิดเป็นนาฬิกสมาร์ทวอชในรุ่นแรก คือ นาฬาสมาร์ทวอช Sony SWR50 SmartWatch 3 Transflective หน้าปัดสีดำ

ปี 2012 โซนี่เป็นบริษัทแรกที่ผลิตนาฬิกาสมาร์ทวอชรุ่นใหม่ขึ้นมา และมีการบัญญัติศัพท์ว่า สมาร์ทวอช ถูกเผยแพร่ออกสู่ตลาดเดือนมีนาคม เช่นเดียวกับ xperia smartphone (โทรศัพท์ที่ผลิตโดยโซนี่เช่นกัน ) มันรันด้วยระบบ android แต่ว่าผลิตออกมาเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น

ภายใต้ชื่อรุ่นว่า Kickstart ที่มียอดเงินสั่งซื้อมากกว่า 10 ล้านเหรียญ ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2012 นับว่ามันเป็นปรากฎการณ์ในช่วงนั้นเลยทีเดียว

ผู้ผลิตพยายามเพิ่มแอพลิเคชัน เพิ่มเติมเข้าไปนาฬิกา ซึ่งต่อมาเรียกว่า Pebble smartwatch ที่ได้จัดจำหน่ายเดือนมกราคม 2013

ต่อมามีการรุ่น Kickstart มีการเพิ่มเรื่อง GPS, และทำให้นาฬิกาสามารถโทรเข้า-ออกได้ โดยใช้แอพลิเคชันของ android เสริม และใน 2-3 ปีหลังผู้ผลิตได้ใส่ใจถึงคุณภาพของผู้ใช้มากขึ้น นาฬิกาสามารถวัด heart rate เพื่อช่วยดูแลสุขภาพของผู้ใช้งานได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ