คอมพิวเตอร์มีประโยชน์อะไรบ้าง

 

การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์มีหลากหลายวิธีที่เราต้องการจะซื้อ

แต่เหตุผลในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์จะมีอะไรบ้าง และมีเคล็ดลับอย่างไรในการเลือกซื้อ วันนี้เราจะมาแนะนำความรู้เบื่องต้นเกี่ยวกับการซื้อคอมพิวเตอร์มาฝาก

สำหรับการซื้อคอมพิวเตอร์นั้นอันดับแรกต้องเข้าใจในเรื่องของภาษาอังกฤษเสียก่อนเพราะส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์นั้นเป็นภาษาอังกฤษล้วน ซึ่งหากเราไม่มีความรู้ทางด้สนนี้หรือไม่มีความรู้ในด้านของภาษาก็ค่อนข้างจะมีปัญหาอยู่พอสมควร หลักการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์นั้นต้องมีพื้นฐานในด้านภาษาอังกฤษด้วยนะ เพราะใบเสนอราคาของคอมพิวเตอร์เป็นภาษาอังกฤษล้วน ทำให้เราต้องมีความรู้ในด้านภาษาอังกฤษบ้าง

สำหรับคอมพิวเตอร์ในยุคนี้นั้นมีราคาที่ไม่แน่ไม่นอน หรือไม่ตายตัว แต่ราคานั้นไม่ได้ห่างกันมากนัก หรือห่างกันจนน่าเกลียด ดังนั้นการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์จึงเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยาก หากเรามีความรู้เบื้องต้น

สำหรับคอมพิวเตอร์อย่างที่ทราบกันดีว่ามีประโยชน์หลักๆคือ

สามารถสร้างโปรแกรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เกม หรือสามารถสร้างโปรแกรมที่นอกเหนือจากที่เอ่ยมาอีกมากมาย คอมพิวเตอร์หลักๆเราเอาไว้ใช้งานโดยผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อเป็นการจัดเก็บข้อมูลต่างๆหรือเป็นการทำงานเพื่อเป็นการเชื่อมโยงของทุกคนผ่านคอมพิวเตอร์นี้ ที่สำคัญเราไม่ต้องจดและจำสิ่งๆ เพราะหากเราป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์แล้วนั้น คอมพิวเตอร์เหล่านั้นจะจำข้อมูลต่างๆของเราเอง โดยไม่จำกัดความจำหรืออาจจะขึ้นอยู่กับความจำของเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นนั้นๆ 

อย่างที่เราทราบกันดีว่าคอมพิวเตอร์นำมาใช้ในยุคสมัยนี้กันหมด ไม่ว่าจะเป็นการเรียนการสอน การทำงาน เล่นเกม เหล่าบรรดาราชการก็ได้นำคอมพิวเตอร์มาใช้งานด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาต้องเก็บข้อมูลของเหล่าบรรดาประชาชนในพื้นที่นั้นๆซึ่งเป็นการดีของในเรื่องไม่ต้องมานั่งจดจำ หากมีการติดต่อกับทางราชการก็สามารถแจ้งชื่อให้พนักงานได้ทราบ จากนั้นพนักงานก็จะคีย์ข้อมูลของเราผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสมัยก่อน ต้องมีแฟ้มเก็ประวัติ กว่าจะหาเจอก็ปาไปครึ่งวัน ซึ่งมันทำให้มีความล่าช้ามาก ผิดกับยุคสมัยนี้จริงๆแค่คีย์ข้อมูลผ่านระบบคอมก็สามารถเจอประวัติของเราแล้ว แถมอีกอย่างนึง เราสามารถทำที่ไหนก็ได้เพราะเดี๋ยวนี้มีระบบออนไลน์ ที่อยู่ในเขตหนึ่งก็สามารถดึงข้อมูลของเราได้ แม้แต่อยู่ไกล

 

การเก็บรักษาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่สำคัญไม่ว่าจะที่ไหนหรือจะเป็นของใครก็สามารถทำเองได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลเหล่านั้นจะหายไป เพราะความจำของคอมพิวเตอร์นั้นสามารถจำได้นานและไม่ลบถ้าหากเราไปกดลบทิ้ง แต่หากเรามีการกดลบิ้งไปเราก็สามารถดึงข้อมูลเหล่านั้นกับมาได้ ในกรณีที่เรายังไม่ได้ล้างถังขยะ 

Windows Server 2012 R2

โดเมนคอนโทรลเลอร์เครื่องแรกที่ถูกติดตั้งบนโดเมนเรียกว่า “Primary Domain Controller” จะมีฐานข้อมูล “Active Directory Database” สำหรับเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น ยูสเซอร์, Certificates, COM+, Identity ฯลฯ

ส่วนโดเมนคอนโทรลเลอร์ตัวที่ 2 – 3 เรียกว่า “Additional Domain Controller”

มีไว้สำหรับแบ็กอัพข้อมูลที่สำคัญของ Primary Domain Controller เอาไว้ ซึ่งฐานข้อมูล Active Directory ที่เก็บอยู่บนโดเมนคอนโทรลเลอร์ทุกตัวจะเป็นแบบ Writeable สามารถแก้ไข – เปลี่ยนแปลงได้ โดเมนคอนโทรลเลอร์ทำงานแบบ Multi Master ทำให้สามารถจะแก้ไขอัพเดตที่โดเมนคอนโทรลเลอร์ตัวใดก็ได้

ปกติแล้วไฟล์ NTDS.DIT จะเก็บ Active Directory Database เอาไว้ เมื่อระบบจะทำการปรับปรุงข้อมูลระหว่างโดเมนคอนโทรลเลอร์ให้เหมือนกัน

ก็จะทำการเรพลิเคชัน (Replication หรือ สำเนา) ตัว Active Directory Database ทั้งก้อนไปยัง Additional Domain Controller ในระบบ

ทรี (Tree) และ ฟอเรสต์ (Forests)

ในการออกแบบโดเมนบนระบบ Windows Server จะใช้รูปแบบของทรี (Tree) และฟอเรสต์ (Forests) ร่วมกัน โดยมีการจัดลำดับชั้น (Hierarchy) คล้ายๆ โครงสร้างแบบป่า – ต้นไม้ (Forests – Tree)

ทรี (ต้นไม้)

หมายถึง กรุ๊ปของโดเมนบน Windows Server ซึ่งจะมี Name space ที่ต่อเนื่องกัน และอยู่ภายใต้ทรีเดียวกัน เช่น ในโครงสร้าง AD มีโดเมนชื่อ bandhit.com โดยมีโดเมนย่อยชื่อ cm.bandhit.com และ bkk.bandhit.com นอกจากนี้ยังมีแผนกย่อย sale.bkk.bandhit.com อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าเป็นการจัดการโครงสร้างลำดับชั้น (Hierarchical) ภายใต้ Name space เดียวกัน เรียกว่า Single Domain tree

ฟอเรสต์ (ป่า)

หมายถึง การรวมกลุ่มของโดเมน (Active Directory Domain) หรือ ทรีหลายๆ ทรีเอาไว้ด้วยกัน ซึ่งแต่ละโดเมนจะอยู่ภายใต้ Name space ของตัวเองไม่เกี่ยวข้องกับโดเมนอื่น จากรูปจะเห็นได้ว่ามีอยู่ 2 โดเมนด้วยกัน คือ bandhit.com และ business.com ทั้งสองโดเมนสามารถจะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างโดเมนและใช้ระบบตรวจสอบร่วมกันได้ด้วยการทำ Trust Relationship โดยที่ระบบ Windows Server จะเป็นแบบ Transitive Trust (โดเมนแรกที่ถูกสร้างขึ้นจะอยู่บนสุด เรียกว่า Forest Root Domain)

Trust Relationship

Trust Relationship เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือระหว่างโดเมน สำหรับองค์กรหรือหน่วยงานที่มีมากกว่า 1 โดเมน จะต้องมีการแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างกัน คือทำให้ยูสเซอร์สามารถเรียกใช้งานทรัพยากรที่อยู่คนละโดเมนกันได้ด้วยการ ล็อกออนเพียงครั้งเดียว หรือ Single Sign – on ปกติแล้ว Trust Relationship จะมีอยู่ 2 แบบคือ Transitive Trusts และ Non – Transitive Trusts